================================================== -->

สล็อต 99 ฟรีเครดิต ktc

เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ)

  • เยี่ยมชมบล็อก:75290
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 167
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-22 00:11:43
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

ที่เก็บบทความ

2015(122)

2014(673)

2013(304)

2012(536)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: จีนทิเบต

กา แล็ ก ซี่ บา คา ร่า, เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ) ส่วนอีกโครงการเป็น สินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง ใช้หมุนเวียนหลังการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรกขั้นต่ำ 425% ต่อปี ปีที่สอง ขั้นต่ำ 475% หลังจากนั้นเป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หนังสือค้ำประกันของ บสยและบุคคลค้ำประกัน หรือหลักประกันขั้นต่ำ 30% และบุคคลค้ำประกัน ทั้งสองบริการนี้มีระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกค62 มีเป้าหมายอนุมัติวงเงินรวม 3 พันล้านบาท ช่วยเหลือผู้ส่งออกได้ 100-200 ราย เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!

จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี ญาติร้องหลานชายทหารเกณฑ์ถูกซ้อมในค่ายทหาร ก่อนถูกหามเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล หมอเผยโอกาสรอดแค่ 30% หัวใจหยุดเต้น 2-3 ครั้งต้องปั๊มช่วย ผบทบแจงเป็นเรื่องพลทหารทะเลาะกันเอง ยันระบบซ่อมไม่มีอีกแล้ว ด้าน ผบกองพันเผยสั่งขังคนทำผิดพร้อมพาญาติเข้าแจ้งความ แต่ยอมรับดูแลลูกน้องไม่ดี เพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน เปิดเผยว่า นายคชา พะชะ อายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์ ถูกทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อมในค่าย อาการปางตาย ถูกส่งตัวด่วนเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล จลพบุรี เมื่อคืนวันที่ 21 สค โดยแม่ของพลทหารคชาเล่าว่า มีเพื่อนทหารแอบโทรมาบอกว่าลูกชายถูกทหารรุ่นพี่ทำร้าย จึงติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชา ทราบว่าได้ควบคุมตัวทหารที่ทำร้ายไว้แล้ว ต่อมา นสกาญจนาภรณ์ สีหะวงค์ น้าสาวของนายคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จลพบุรีให้รายละเอียดว่า เมื่อเวลา 2200 น วันที่ 21 สค ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์ติดต่อนางรุ่งฤดู สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่พลทหารคชา ว่าลูกชายถูกนำส่ง รพอานันทมหิดล เนื่องจากมีอาการน็อกระหว่างออกไปซ้อม หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า พลฯ คชาหัวใจหยุดเต้น ซึ่งแพทย์ได้ปั๊มหัวใจมา 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั๊มหัวใจต่อหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ จึงได้แจ้งไปว่าให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น จากนั้นทุกคนก็เดินทางจากบ้านพักใน อศรีราชา จชลบุรี ไปยัง รพถึงราว 6 โมงเช้า พบว่าพลฯ คชาอยู่ในห้องไอซียูและใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แจ้งว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง ตอนมาถึงโรงพยาบาลก็มีอาการไตวายด้วย นสกาญจนาภรณ์กล่าวว่า ในช่วงสายได้มีนายทหารยศพันโทโทรศัพท์ติดต่อมา ยอมรับว่าหลานชายไม่ได้น็อกไปเอง แต่มีพลทหารรุ่นพี่ 3 คนทำการซ่อม และได้จับทั้ง 3 คนขังคุกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เบื้องต้นทั้ง 3 คนรับสารภาพว่าซ่อมรุ่นน้องจริง นายทหารคนดังกล่าวยังบอกว่าจะรักษาและดูแลเต็มที่ แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว หลังจากนั้นญาติจึงได้พลิกร่างพลฯ คชา พบว่าบริเวณหน้าอกและเอวมีรอยช้ำบวม น้าของพลฯ คชายังระบุว่า เวลาต่อมาได้มีทหารมาที่ห้องไอซียู ห้ามทุกคนถ่ายภาพพลฯ คชา และจนถึงขณะนี้ อาการของ พลฯ คชายังทรงตัว ทำให้ครอบครัวร้อนใจอยากย้ายโรงพยาบาล แต่ก็มีนายทหารพยายามเกลี้ยกล่อมให้อยู่ต่อ ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งรัดพาหลานชายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน สำหรับพลฯ คชา มีภรรยาแล้ว มีลูกสาว 1 คน และขณะนี้ภรรยากำลังตั้งท้องคนที่ 2 เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เป็นการซ่อม เท่าที่ทราบเป็นการวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันและบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าระบบซ่อมต่างๆ ไม่มีแล้ว อาจจะเป็นไปได้คนอยู่ด้วยกันทุกวันอาจทะเลาะเบาะแว้งชกต่อยกัน เป็นเรื่องเฉพาะตัวซึ่งหน่วยก็ดำเนินการไปแล้ว ส่วนกรณีญาติไปร้องนายกรัฐมนตรีนั้น ตนจะตรวจสอบรายละเอียดให้ ไม่ต้องกังวล เรื่องเหล่านี้เป็นนโยบาย เรื่องการซ่อม การทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาอาจจะมีบ้างที่มีความขัดแย้งในกลุ่มทหารด้วยกันเอง แต่ถ้าใครผิดก็ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา ขณะที่ พทมลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็ได้นำพลทหารคชาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนผู้ที่กระทำความผิด คือพลทหารด้วยกันเอง 3 นาย ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับกองพันก็ไม่ได้ปิดบังความผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา โดยขณะนี้การดำเนินการทางวินัยได้สั่งลงโทษพลทหารทั้ง 3 นายไปแล้ว รวมถึงนายสิบเวรที่กำกับดูแลพลทหารเหล่านั้นด้วย ส่วนโทษทางอาญาเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ได้พาครอบครัวไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองลพบุรี เรียบร้อยแล้ว และครอบครัวของพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้เจอตัวลูกชายของเขาแล้ว พลทหารทั้ง 3 นายได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำ โดยเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันเอง สิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง และครอบครัวพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอบคุณที่ดูแลลูกชายเขาเป็นอย่างดี แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับกองพันก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าดูแลลูกน้องไม่ดี พทมลชัยกล่าว เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ) กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

อ่าน(105) | แสดงความคิดเห็น(575) | ส่งต่อ(162) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เสี่ยวดง 2021-06-22

ซากุอิ โชสุเกะ คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!

โกลลอมบ์กล่าวว่า คนร้ายรายนี้มีปัญหาสุขภาพจิตขั้นร้ายแรงและอยู่ในบัญชีเฝ้าจับตาผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2559 แต่เขามีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ไม่เหมือนคนที่จะก่ออาชญากรรมหรือทำตามคำสั่งขององค์กรก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มไอเอส

เก้า Lanshu 2021-06-22 00:11:43

เมืองเพชรอ่วม! ท่วม 10-40 ซม วัดใหญ่ สมัยอยุธยาจมบาดาล ทุเรียนกว่าพันไร่ยืนต้นตาย สทนชผวาฝนถล่มซ้ำ สั่งเฝ้าระวังต่อเนื่อง เขื่อนวชิราลงกรณระบายน้ำผ่านสปิลเวย์รอบ 16 ปี พังงาเจอน้ำป่า-ดินถล่ม เดือดร้อนหลายหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำใน จเพชรบุรี ว่า จากการตรวจสอบล่าสุด เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 767 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบม) ลดลง 6 ล้าน ลบม คิดเป็น 108% น้ำล้นทางระบายน้ำ (สปิลเวย์) สูง 124 ม ลดลงจากเมื่อวันที่ 22 สค 13 เซนติเมตร (ซม) ปริมาณน้ำไหลเข้า 1341 ล้าน ลบม ลดลง 6 ล้าน ลบม ปริมาณการระบายน้ำออก 1975 ล้าน ลบม ลดลง 6 ล้าน ลบม ภาพรวมน้ำไหลลงเขื่อนแก่งกระจานและปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีแนวโน้มลดลง สำหรับสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เมื่อเวลา 0600 น บริเวณ อแก่งกระจาน ที่สถานีวัดกรมชลประทาน ต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว 32 ซม แนวโน้มลดลง อเมืองเพชรบุรี จเพชรบุรี ที่สถานีวัดกรมชลประทาน สูงกว่าระดับตลิ่ง 51 ซม แนวโน้มทรงตัว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยังคงต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อรองรับปริมาณน้ำหากเกิดฝนตกหนัก ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในการเร่งระบายน้ำที่เอ่อล้นออกจากพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเทศบาลที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่ง และสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการสัญจรทางน้ำสนับสนุนในพื้นที่อย่างเต็มที่ด้วย สำหรับสถานการณ์ฝนทั่วประเทศนั้น ปัจจุบันยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 13 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ น่าน 1200 มิลลิเมตร (มม), กำแพงเพชร 950 มม, เชียงราย 865 มม, อุตรดิตถ์ 430 มม, พะเยา 374 มม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี 770 มม, บึงกาฬ 526 มม, ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 376 มม และภาคใต้ พังงา 2125 มม, ภูเก็ต 1705 มม, สตูล 1330 มม, นราธิวาส 352 มม ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนที่ยังตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทางศูนย์ฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังนอกจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยเน้นย้ำตามข้อสั่งการของ พลอฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องเร่งพร่องน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อน โดยประสานจังหวัดและพื้นที่เตรียมการป้องกันและช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จสกลนคร ปริมาณน้ำ 543 ล้าน ลบม คิดเป็น 104%, เขื่อนวชิราลงกรณ จกาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,032 ล้าน ลบม คิดเป็น 91%, เขื่อนขุนด่านปราการชล จนครนายก ปริมาณน้ำ 194 ล้าน ลบม คิดเป็น 87%, เขื่อนปราณบุรี จประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 332 ล้าน ลบม คิดเป็น 85% ที่ จเพชรบุรี สถานการณ์น้ำท่วมกินบริเวณกว้างบนถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะถนนเส้นหน้าวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ถนนหน้าห้างสหไทย ถนนหน้าเรือนจำ ถนน 18 เมตร ถนนหน้าสถานีรถไฟถึงแยกรุ่งฤดีเก่า ที่มีน้ำท่วมขังสูง ระดับ 10-40 ซม รถทุกชนิดหากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยง สำหรับภายในวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านอารยธรรมชื่อดังของจังหวัดเพชรบุรี มีน้ำท่วมขังทั้งในพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยสมัยอยุธยา ศาลาการเปรียญที่เป็นตำหนักไม้สักทั้งหลัง และพื้นที่โดยรอบของตัววัดมีน้ำท่วมขังสูง โดยมวลน้ำได้เริ่มเข้าท่วมในพื้นที่วัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 สค ขณะที่สถานการณ์น้ำยังไม่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเขื่อนเพชรยังระบายน้ำท้ายเขื่อนจำนวนมาก อยู่ที่ 15693 ลบมต่อวินาที หรือวันละ135585 ล้าน ลบม เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย รวม 10989 ลบมต่อวินาที รวมทั้งสิ้น 26682 ลบมต่อวินาที เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 766954 ล้าน ลบม หรือ 10802 % มีน้ำไหลลง 13405 ล้าน ลบม เปิดระบายน้ำ 22855 ลบมต่อวินาที หรือวันละ 197467 ล้านลบม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองกว่า 400 ต้น ในพื้นที่ 10 ไร่ ของนายภาคภูมิ ทองโล่ง อายุ 78 ปี ที่ปลูกอยู่ภายในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองเขาอ่อน ตกลัดหลวง อท่ายาง เริ่มยืนต้นตายหลังจากถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว โดยนายภาคภูมิเปิดเผยว่า น้ำไม่เคยท่วมมานาน 15-16 ปีแล้ว ครั้งนี้รุนแรงมาก ถึงแม้จะทำคันดินเสริมป้องกันแล้ว แต่ก็ต้านทานน้ำไม่อยู่ โดยมวลน้ำได้เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เครียดมาก เนื่องจากต้นทุเรียนกำลังจะตาย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต นอกจากนี้ ในพื้นที่ใกล้เคียงยังมีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนรวมแล้วกว่า 1,000 ไร่ ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลงและจะลงต่อเนื่อง แต่ลงอย่างช้าๆ เนื่องจากมีน้ำในแม่น้ำบางส่วนไหลล้นตลิ่งในที่ต่ำขอบ ๆ แม่น้ำไหลย้อนกลับมาลง ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมาก ทำให้ช่วงเวลาของการลดลงช้ามากขึ้น คาดว่าวันที่ 24 สคน่าจะไหลดีขึ้นและลงเร็วขึ้น ส่วนน้ำที่ไหลเข้ามาในตัวเมืองตอนนี้ส่วนใหญ่มาจากทางท่อระบายน้ำมากกว่า วิธีการเอาออกคือเร่งระบายด้วยเครื่องสูบน้ำ ขณะเดียวกัน โรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้แจ้งประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24-26 สค61 รวม 12 แห่ง ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อทองผาภูมิ จกาญจนบุรี นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอเขื่อนวชิราลงกรณ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สังเกตสถานการณ์ ระบายน้ำของเขื่อน โดยได้เริ่มทำการระบายน้ำเพิ่ม ผ่านทางระบายน้ำล้นสปิลเวย์เป็นวันแรก เฉลี่ยระบายน้ำประตูละ 5 ล้าน ลบม รวม 2 บาน 10 ล้าน ลบม ขณะเดียวกัน ระบายน้ำผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลบม รวมเป็น 53 ล้าน ลบม นายไววิทย์กล่าวว่า ถือเป็นการเปิดประตูระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ในรอบ 16 ปี โดยกำหนดไว้ 5 วัน จากนั้นจะติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อน เพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำต่อไป อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย ด้านใต้เขื่อน ต่างยังวิตกกันว่า ระดับน้ำจะสูงขึ้นมากหรือไม่ ต่างเตรียมขนทรัพย์สินสิ่งของขึ้นที่สูง ที่ จพังงา หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่คืนที่ 22 สคที่ผ่านมา ทำให้มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ถนนสายตำบลบางไทร-ปากวีป บริเวณบ้านดอกแดง อตะกั่วป่า น้ำป่าจากบนภูเขาไหลหลากลงลำคลองบางม่วง ได้ซัดทางเบี่ยงที่กำลังมีการสร้างสะพานจนขาด ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะที่ในพื้นที่ตำบลคลองเคียน อตะกั่วทุ่ง น้ำป่าจากบนภูเขาและที่สูงได้ไหลหลากเข้าท่วมขังในหลายหมู่บ้าน และได้ท่วมถนนจนเสียหายหลายจุด แต่รถยังสัญจรไปมาได้ พร้อมกับมีดินสไลด์ลงริมถนนอีกหลายจุด ที่ จนครพนม สถานการณ์ปริมาณน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเร็วอย่างผิดปกติ เพราะมีปัจจัยบวกจากประเทศเพื่อนบ้านปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาสมทบ โดยโครงการชลประทานฯ รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 1200 น ระดับน้ำอยู่ที่ 1210 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 90 ซม ส่งผลให้ร้านปลาจุ่มที่ขึ้นชื่อของจังหวัด จำนวน 10 แห่ง ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ตอาจสามารถ หมู่ 6 อเมืองฯ ได้รับผลกระทบเสียหาย

ชิโอะ 2021-06-22 00:11:43

กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง, ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น。 เสี่ยอ้วนลั่นฆ่าน้องสปาย-ฟอส เพราะแค้นถูกหยามศักดิ์ศรี มอบเงินให้พ่อแม่สาว 7 ล้านเป็นค่าสินสอดหมั้น แต่กลับเบี้ยว เผยวางแผนจะฆ่าแม่สปายอีกคน แต่ไม่สำเร็จ ด้านแม่น้องสปายโต้ ได้รับมาแค่ล้านเดียว ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภนาจอมเทียน จชลบุรี สถานที่ควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน จอมบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า พนักงานสอบสวน บชภ2 ได้สอบปากคำเสี่ยอ้วนในช่วงเช้า ซึ่งมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนยืนยันได้ให้เงินแก่แม่ นสปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้นน้องสปาย รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางแม่น้องสปายกลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจจะให้ทนายความฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้น จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมุ่งสังหารน้องสปายกับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส แล้ว ยังวางแผนที่จะฆ่าแม่น้องสปายด้วย แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเวลา 1500 น พตออาทร ชิ้นทอง ผกกสภนาจอมเทียน กับพวก ควบคุมตัวเสี่ยอ้วน ทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะจะเดินทางไปยังศาล เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนมีหลักฐานเป็นสลิปในการโอนเงินกว่า 7 ล้านบาทให้พ่อแม่น้องสปาย และได้ส่งมอบสลิปดังกล่าวให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรแล้ว และได้มอบให้ญาติดำเนินการฟ้องร้องต่อไป เสี่ยอ้วนยังกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว โดยวันที่ยิงน้องสปายและนายฟอส กระสุน 3 นัดยิงไม่ออก ผมไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้ เสี่ยอ้วนกล่าวถึงสาเหตุก่อคดีสะเทือนขวัญ ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเงิน 7 ล้านบาทที่เสี่ยอ้วนอ้างว่ามอบให้เป็นค่าสินสอดนั้น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือเสี่ยอ้วนโอนเงินมาให้ 1 ล้านบาท และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกบอกว่าเสี่ยอ้วนให้โดยเสน่หา ตนจึงนำเงินไปซื้อรถ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปทำศพ ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 สค ขณะนำตัวเสี่ยอ้วนทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ปรากฏว่านายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภนาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน มีอาการเหมือนถูกผีเข้า สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้าชมการทำแผน นายอภินันท์ภูศิตเปิดเผยว่า ขณะยืนรักษาความปลอดภัยก่อนถึงเวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ได้มีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติ และถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลจึงฟื้นคืนสติ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าร่างกายปกติ ขณะที่เพื่อนตำรวจที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ปัสสาวะรดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด จากนั้นก็ร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน พร้อมร่ายรำด้วย ตนจึงคิดว่าอาจเป็นวิญญาณน้องฟอสมาสิงร่าง。

Lu Yuangong Ji Jia 2021-06-22 00:11:43

กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง,อัยการ ถามดังๆระบบสอบสวนตามแบบมาตรฐานสากลประชาชนต้องการหรือไม่? 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 10:25 น 。 วงเสวนาดันผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง จรัส ยกงานวิจัยยุบรวมราชการส่วนภูมิภาคเป็น อปทรูปแบบพิเศษคล้าย กทม ระบุช่วยลดซ้ำซ้อน-งบประมาณ-พัฒนาตรงจุด ถวิล ชี้ผู้ว่าฯ แต่งตั้งไม่ใช่คนท้องถิ่นขาดความต่อเนื่องทำแผนพัฒนาสะดุด อาจารย์มธแนะถอนรากถอนโคน เริ่มนำร่องจังหวัดปริมณฑลก่อน ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ วันที่ 23 สิงหาคม มีการจัดโครงการสัมมนาระดมปัญญา ครั้งที่ 11 โดยศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มธรรมศาสตร์ และมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แนวคิด ทิศทาง และความเป็นไปได้ โดยนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษาของงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าที่ผ่านมาการเมืองระดับชาติหรือนโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางการพัฒนาในอนาคตคือการยกระดับให้จังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท) รูปแบบพิเศษ ตามกฎหมาย แต่ละจังหวัดมีลักษณะคล้ายกับกรุงเทพมหานคร แบ่งการปกครองเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ส่วนกลางและระดับเทศบาล ซึ่งเป็นอปทท้องถิ่นระดับล่าง พร้อมแบ่งงบประมาณเป็น 2 ส่วน โดยจังหวัดสามารถทำข้อตกลงและเสนองบประมาณอุดหนุนแก่เทศบาลได้ ต้องมีการยุบรวมระบบราชการส่วนภูมิภาคและ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ) เข้ามาในโครงสร้างจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โครงสร้างการบริหารประกอบด้วย ผู้ว่าฯ สภาจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง (ส่วนกลาง) คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาจังหวัด สภาพลเมือง และคณะกรรมการตรวจสอบจังหวัด การจัดการดังกล่าวสามารถลดความซ้ำซ้อนของแต่ละหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งเชิงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ จากการวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดงบประมาณในการบริหารจัดการได้ ทำให้มีเอกภาพและขีดความสามารถมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องรอหน่วยงานจากรัฐบาลกลาง และเป็นการดึงศักยภาพของจังหวัดที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่ และเป็นการปลดล็อกการพัฒนาประเทศที่ติดหล่ม นายจรัสกล่าวว่า ร่าง พรบการบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง พศ ระบุภารกิจที่จังหวัดไม่ต้องทำ เรื่องการศาล ป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติซึ่งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ทันทีได้คือการปรับตัวของข้าราชการ อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ข้าราชการที่ควบคุมอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ และงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งเขาเหล่านี้จะต่อต้านเนื่องจากเสียประโยชน์ ด้านนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อปทยังรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบ หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยึดโยงกับส่วนกลาง เนื่องจากยึดโยงกับงบประมาณ เพราะกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บริหารจัดการงบประมาณก่อนลงมาสู่ท้องถิ่น ขณะที่โครงสร้างเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของเรามีถึง 3,000,000 ล้านคน เจ้าหน้าที่ อปทมีเพียง 500,000 คน ขณะที่ประเทศที่มีการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นกลับมีจำนวนเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเพียง 500,000 คน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ อปทประมาณ 2,000,000 คน ซึ่งสวนทางกับประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ตราบใดที่การบริหารเป็นแบบเดิม การสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเองคงทราบ เนื่องจากการดำรงตำแหน่งขาดความต่อเนื่อง อยู่อย่างมากก็ 3 ปี บางรายหากไม่ใช่คนท้องถิ่น เพียงทำความรู้จักกับประชาชนและความคุ้นเคย ก็ใช้เวลาถึง 2 ปีแล้ว จึงทำให้แผนพัฒนาจังหวัดไม่สามารถใช้ได้ แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้ง นอกจากความร่วมมือที่จะได้รับจากภาคประชาชนอย่างดีแล้ว อายุการทำงานอย่างน้อย 4 ปี ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาได้ และเชื่อว่าโอกาสการแก้ปัญหาของประชาชนในท้องที่อย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดไม่ได้ หากมีการบริหารส่วนภูมิภาคซ้อนการทำงานของ อบตอยู่ นายถวิลกล่าว ขณะที่นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ มธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงสร้างราชการของไทยนั้นหยั่งรากลึกมาเป็นร้อยปี ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ นั้น เป็นการขุดรากถอนโคนสิ่งที่มีอยู่มาตั้งแต่สมัย ร5 เป็นการจัดการกับโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ต้องได้รับการผ่องถ่ายไปเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือส่วนกลาง ซึ่งต้องพบการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่เจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคด้วยกัน รวมถึงกรณีอื่นๆ อาทิ ด้านการศึกษา ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสาธารณสุข ในแต่ละพื้นที่ ในบรรยากาศการเมืองขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าการดันเรื่องดังกล่าวให้กลายเป็นที่สนใจของสังคมจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน หากเราต้องการผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง ควรมีการเริ่มโครงการนำร่อง โครงการจังหวัดจัดการตัวเอง ซึ่งควรเริ่มจากจังหวัดในเขตปริมณฑล เนื่องจากพื้นที่รอยต่อของจังหวัดเหล่านี้มีความกลมกลืนกับ กทมอยู่แล้ว หากประสบผลสำเร็จ ค่อยขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป นายศุภสวัสดิ์กล่าวว่า บนพื้นฐานการกระจายอำนาจที่มีอยู่ ทำไมเราไม่คิดถึงการถ่ายโอนภารกิจให้ลงสู่ อบจ หรือเทศบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการขับเคลื่อนความเป็นประชาธิปไตยในท้องถิ่น อีกส่วนคือการป้องกันไม่ให้มีส่วนราชการใหม่เกิดขึ้นในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อย่างล่าสุดกับสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่มีมาตรการควบคุมหรือถ่วงดุลส่วนราชการเหล่านี้ให้ขยายตัวในระดับพื้นที่。

Lu Hao Gong Ji โอเปร่า 2021-06-22 00:11:43

ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น, แจ้งยอดรวมไว้ ๕๗๙ ล้านบาท。 กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。

ฉีหลี่กง 2021-06-22 00:11:43

การลงโทษด้วยการประหารชีวิตเป็นประเด็นร้อนทุกครั้งเมื่อมีเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์และตำรวจจับคนร้ายได้ เช่น ฆ่าข่มขืน ฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าเพราะหึงหวง ฯลฯ โดยฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ ครอบครัว ญาติพี่น้องและสังคม เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต,3 การแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องให้อัยการรับรองข้อหานั้นเสียก่อนเพื่อให้อัยการตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานแน่นหนาที่จะฟ้องคดีพิสูจน์ให้ศาลลงโทษได้ เพื่อป้องกันคนบริสุทธิ์ต้องถูกคุมขังก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี 4 อัยการจะสั่งฟ้องคดีได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการฟ้องคนบริสุทธิ์และป้องกันไม่ให้อาชญากรลอยนวลจากคำพิพากษายกฟ้อง เพราะภายหลังจะดำเนินคดีคนนั้นอีกไม่ได้ 5 เมื่อพบว่ามีการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรมประชาชนต้องสามารถร้องเรียนให้อัยการเข้ามาตรวจสอบการสอบสวนได้ทันทีเพื่อป้องกันการบิดเบือนพยานหลักฐานหรือการปฏิบัติมิชอบ。 สันธนะ บุกทำเนียบฯ จี้ บิ๊กตู่ ใช้ ม44 ปลด จักรทิพย์ พ้นเก้าอี้ ผบตร ปมบุกรุกที่ดินศูนย์สงครามพิเศษ จนครราชสีมา 330 ไร่ ด้าน บิ๊กแป๊ะ ปิดปากไม่ขอพูด บิ๊กป้อม ยังไม่ได้วางตัวตำรวจเกษียณอายุราชการปี 61 รอ ผบตรเสนอชื่อ เผยตั้ง บิ๊กโจ๊ก ผู้ช่วยโฆษกฯ ดูมั่นคง-หนี้นอกระบบ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 24 สิงหาคม พตทสันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองฯ เข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบตร) และสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีบุกรุกที่ดินของกองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ โดยออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน ตขนงพระ อปากช่อง จนครราชสีมา รวม 330 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของหน่วยฝึกดังกล่าว เป็นชื่อภรรยาของ ผบตร พตทสันธนะกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์ฝึกของทางกองทัพ และใช้เป็นที่ดินนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่ต่อมากลับไปออกเป็นโฉนดที่ดินให้เอกชนเช่า เป็นเวลา 5 ปี และโอนต่อให้กับบริษัทเอกชน ก่อนจะโอนให้กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ใช้อำนาจด้วยความเป็นธรรมในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการกระทำของ ผบตร เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการถือครองหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นของหน่วยงานรัฐ ซึ่งไม่สามารถออกโฉนดให้บุคคลถือครองได้ แต่เมื่อมีการรับไว้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใด อาจถือว่าทรัพย์ที่ได้มามีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งถือว่ามีความผิดได้ ยืนยันว่าเอกสารที่ผมได้รับการร้องเรียนมาเป็นเอกสารจริง หากไม่จริงพร้อมจะรับผิดชอบ และหากนายกฯ ไม่มีการดำเนินการตรวจสอบก็อาจจะถูกวิจารณ์เรื่องการบังคับทางปกครองได้ พตทสันธนะ กล่าว วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช) โดยมี พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร และคณะกรรมการ กตช เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 10 นาที ภายหลังการประชุม พลอประวิตรเปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า วาระการประชุมวันนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นวาระลับ ขณะที่วาระการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่จะเกษียณอายุราชการประจำปีนี้ ยังไม่มีการประชุมหารือแต่อย่างใด ต้องรอการเสนอชื่อของผู้ที่เหมาะสมจาก ผบตรก่อน พลอประวิตรกล่าวถึงกรณีมีคำสั่งแต่งตั้งให้ พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ว่าจะให้มาดูแลเรื่องความมั่นคง โดยในส่วนของตำรวจเน้นหนี้นอกระบบ รวมทั้งคดีอาชญากรรม เนื่องจากเห็นว่า พลตตสุรเชษฐ์มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว และเพื่อให้การนำเสนอข่าวเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่เกิดความคลาดเคลื่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามสอบถาม พลตอจักรทิพย์ ถึงกรณี พตทสันธนะร้องเรียนเรื่องการบุกรุกที่ดิน ตขนงพระ อปากช่อง จนครราชสีมา รวม 330 ไร่ แต่ พลตอจักรทิพย์ปฏิเสธที่จะตอบเรื่องนี้ โดยกล่าวเพียงว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

โปรโมชั่น เกมที่กำลังฮิตตอนนี้| ส่งเงินบาทไทย วิธี สุ่ม แจ๊ ค พอ ต สล็อตscr888| สล็อต แจ๊ ค พอ ต แตก| เดิมพันฟรี แจ็คพ็อตเยอะที่สุด| ยู ฟา เบ ท| ส่งเงินบาทไทย สมัครเล่นเกมยิงปลา | การจำกัดการเล่นเกมส์| โปรโมชั่น การพนันออนไลน์ pantip| ส่งเงินบาทไทย 888 สล็อต| ufabet lion 168| มาเก๊าบันเทิง First City Slot Machine| ชื่อเสียงแพลตฟอร์มเครื่องสล็อต| ดาวน์โหลดเครื่องสล็อต| ส่งเงินบาทไทย winclub88 casino| ส่งเงินบาทไทย พนันบอลออนไลน์ เว็บไหนดี| rey manaj fifa 20| ลงทะเบียนฟรี คาสิโนออนไลน์ ฟรี| lucas moura fifa 20| ลงทะเบียนฟรี รู้ทัน บา คา ร่า| ลงทะเบียนฟรี การพนันฟุตบอล| ลงทะเบียนฟรี คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝาก 2019 ไทย| เครดิต ฟรี ถอน ได้ 100| เงินฟรี ทางเข้า gclub มือถือ| ลงทะเบียนฟรี คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝากถอนได้ | เดิมพันฟรี ไลน์ ฟรี เครดิต| เงินฟรี เล่นคาสิโน| ส่งเงินบาทไทย คาสิโนออนไลน์เครดิตฟรี | ทดลองใช้ฟรี ทดลองเล่น เกมส์สล็อต ฟรี goldenslot | ทดลองใช้ฟรี ฟรีเครดิตทดลองเล่น คาสิโน| ลงทะเบียนฟรี คำถามที่พบบ่อย| เงินฟรี เล่นเกมได้เงิน 2019 ไม่ต้องลงทุน| ทดลองใช้ฟรี เว็บพนันบอลไทย | เดิมพันฟรี เหรียญฟรีอัตโนมัติ | slot club casino| เงินฟรี สูตร เล่น บา คา ร่า odd| ทดลองใช้ฟรี ล็อกอินเกมยิงปลา| ข้อมูลประวัติฟุตบอล SMG| โปรโมชั่น happyluke ฟรี300| ufabet demo| ลงทะเบียนฟรี royal gclub โปร โม ชั่ น| win slot 888| เงินฟรี คาสิโน มาเก๊า ที่ไหนดี| เงินฟรี เครดิต ฟรี 500 บาท| ส่งเงินบาทไทย คาสิโน มาเก๊า แต่งตัว| ส่งเงินบาทไทย สล็อตฟรีเครดิต100| เดิมพันฟรี หมุนสล็อตฟรี 2019| เครดิต 300 ฟรี| ลงทะเบียนฟรี w88 ดีไหม pantip| Crazy 777 สล็อตบันเทิง| เงินฟรี แชทสด fun88| ส่งเงินบาทไทย ป๊อกเด้ง| เครดิตฟรีเดือนเกิด| ทดลองใช้ฟรี สูตรบาคาร่า w88| โปรโมชั่น พนันออนไลน์ มือถือ| fifa55th fifa55| เงินฟรี แจ็คพอต แปลว่า| busquets fifa 20| แจกเครดิตให้คนเล่นไฮโล| ลงทะเบียนฟรี ทํางานคาสิโน pantip| เดิมพันฟรี w88 ผ่าน คอม| โปรโมชั่น สูตร เล่น บา คา ร่า ให้ ใช้ ฟรี เป็น วิทยาทาน| โปรโมชั่น ติดต่อ happyluke| ทดลองใช้ฟรี บาคาร่า ออนไลน์ pantip| เกมส์ตกปลาเกม| ทดลองใช้ฟรี ฟรีเครดิตถอนได้ | โปรโมชั่น ถ่ายทอดสดฟุตบอล| ลงทะเบียนฟรี คาสิโนต่างประเทศ| ลงทะเบียนฟรี เล่นเกมส์ได้เงินจริง pantip| โบนัส ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก| อัตราเดิมพันฟุตบอล| เดิมพันฟรี รูเล็ตออนไลน์ มือถือ| ลงทะเบียนฟรี เล่นสล็อตผ่านแท็บเล็ต| w88kub| ส่งเงินบาทไทย สล็อตเงินสด| เดิมพันฟรี คาสิโนภาษาอังกฤษ| เงินฟรี เล่นบาคาร่า เว็บไหนดี| ทดลองใช้ฟรี เบอร์ dafabet| heinz bet365| เกม ยิง ปลา เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก| คา สิ โน 88| ลงทุน บา คา ร่า| betclic เครดิต ฟรี| เงินฟรี เว็บบอลแจกเครดิตฟรี| สมัคร 300 ฟรี 300| ส่งเงินบาทไทย สล็อตฟรี| ทดลองใช้ฟรี เคล็ดลับบาคาร่า| สล็อตทุกรูปแบบ| ลงทะเบียนฟรี m88 โดนจับ| royal8888| ทดลองใช้ฟรี สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก เงิน2019| scr99th เครดิต ฟรี| ทางเข้า918kiss| ส่งเงินบาทไทย เกมออนไลน์บนเว็บ| slot ดี ที่สุด|